positive-negative sentiment นี่แหละจะทำให้เราจับใจกลุ่มเป้าหมาย

//positive-negative sentiment นี่แหละจะทำให้เราจับใจกลุ่มเป้าหมาย

positive-negative sentiment นี่แหละจะทำให้เราจับใจกลุ่มเป้าหมาย

positive-negative sentiment นี่แหละจะทำให้เราจับใจกลุ่มเป้าหมาย

positive-negative sentiment จากหัวข้อบางคนอาจจะสงสัยว่า แน่ล่ะ Positive Sentiment เรื่องดีๆ ก็ง่ายที่จะประทับใจกลุ่มเป้าหมายอยู่แล้ว แต่ Negative Sentiment จะมีประโยชน์ได้อย่างไร ARUKUS อยากให้ลองอ่านบทความนี้ดูแล้วคุณจะรู้ว่า ในภาวะวิกฤตบางครั้งเราสามารถใช้ประโยชน์และกู้ภาวะวิกฤต จาก sentiment ที่เกิดขึ้นเพื่อนำมาหาวิธีแก้ไขได้

Positive Sentiment

ความรู้สึกที่ดีกับสินค้าหรือองค์กรเป็นสิ่งที่ทุกองค์กรอยากมีโดยเฉพาะจากผู้ใช้บริการจริง ๆ ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับทั้งผลิตภัณฑ์และบริการอย่างมหาศาล เพราะการบอกกันปากต่อปากในโลกออนไลน์นั้น มีประสิทธิผลยิ่งนัก สิ่งที่เป็นการบ้านของเหล่าเจ้าของสินค้าและนักสร้างแบรนด์ต้องไปวางแผนเพิ่มเติมคือ “ทำอย่างไรให้ข่าวดีๆ ขององค์กรแพร่กระจายไปได้แบบธรรมชาติในโลกโซเชียล”

ตัวอย่างที่เป็น Positive  เช่นข่าว “กัปตัน-ลูกเรือของสายการบินหนึ่ง ช่วยชีวิตผู้โดยสารหยุดหายใจบนเครื่องบิน” นอกจากเป็นภาพที่ดีให้บริษัทการบินแล้วยังช่วยส่งเสริมด้านอื่น ๆ ของบริษัทอีกด้วยเช่นความน่าเชื่อถือ มาตรฐานความปลอดภัย ความมั่นใจของลูกค้าในการใช้บริการ และความน่าสนใจขององค์กรในการดึงดูดคนที่อยากทำงานอีกด้วย นอกจากนี้ยังประหยัดงบในการโปรโมทให้ผู้ชมรับรู้ได้โดยไม่ต้องลงทุน และผู้ชมก็เต็มใจที่จะรับรู้โดยธรรมชาติ

จากสถานการณ์นี้ประเด็นที่ผู้คนนำไปแชร์ส่วนใหญ่คือ ข้อมูลที่คนสนใจและเป็นประโยชน์ “ช่วยชีวิตคนอย่างไรในสถานการณ์ฉุกเฉิน” ส่วนใหญ่ผู้คนจะแบ่งปันให้กันเพราะรู้สึกว่ามีประโยชน์และเป็นความรู้แก่คนทั่วไป หากนำเสนอข่าวโดยใช้ข้อมูลที่คนอยากรู้แล้วตามด้วยข้อมูลขององค์กรที่อยากสื่อออกไป ก็มีสิทธิ์ที่ข้อความเหล่านั้นจะถูกส่งต่อกันโดยธรรมชาติจากผู้คนที่แบ่งปันข้อมูลซึ่งไม่คิดว่าเป็นการโฆษณา คราวนี้ก็ขึ้นอยู่กับแผนของนักการตลาดว่าจะใช้ช่องทางไหนในการกระจายข่าวสารนี้ให้มีประสิทธิภาพและแยบยลกับกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการมากที่สุด

Negative Sentiment

เป็นข่าวหรือกระแสที่ไม่ดีในองค์กรหรือสินค้าในเครือ หากเกิดขึ้นองค์กรต้องมีมาตรการในการป้องกันให้เร็วที่สุด คือต้องมีแนวทางที่แน่นอนในการดำเนินการให้เกิดผลเสียกับองค์กรหรือภาพลักษณ์น้อยที่สุด เป็นมาตรฐานให้คนในองค์กรสามารถนำมาปรับใช้ได้อย่างทันท่วงที ซึ่งแต่ละบริษัทจะมีมาตรการในการรับมือที่แตกต่างกันออกไป

ในช่วงก่อตัวเป็นช่วงที่ทำได้ง่ายที่สุดในการจำกัดความเสียหายของแบรนด์หรือสินค้าเพราะสามารถทำความเข้าใจกันในข้อสงสัยอย่างตรงประเด็นระหว่างผู้ได้รับความไม่สะดวกและผู้ให้บริการ

ตัวอย่างที่ดีในการจัดการภาวะวิกฤต คือ  เหตุการณ์ของบริษัทผลิตยาแห่งหนึ่งเมื่อปี 1982 เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ไทลีนอลที่มีไซยาไนด์ปนเปื้อนทำให้ผู้โชคร้าย 7 คนต้องเสียชีวิตในเมืองชิคาโก บริษัทจึงต้องเรียกเก็บผลิตภัณฑ์กลับคืนทั้งหมดทันทีและเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ใหม่ทดแทนเข้าไปทั้งหมด ผลลัพธ์ที่ทางบริษัทดำเนินการและตอบสนองต่อภาวะวิกฤตนี้ ได้รับผลของการแชร์ข้อมูลเป็นกู้สถานการณ์รวมถึงภาพลักษณ์ให้ดีขึ้นได้อย่างทันท่วงที

ไม่ว่ากระแสสังคมจะเป็นอย่างไรนั้นแนวคิดอย่างนึงที่ WISE อยากจะฝากไว้คือการเก็บเกี่ยวประโยชน์จากกระแสเกิดขึ้นให้มากที่สุดไม่ว่าจะเป็นกระแสบวกหรือลบ ในบางสถานการณ์สามารถกลับจาก Negative Sentiment ลบมาเป็นบวกได้แค่มีผู้ที่มีประสบการณ์มากพอในการแก้ไขและคิดอย่างรอบคอบและเตรียมพร้อมมาตรการรับมือในสถานการณ์ต่างๆ

สรุป

ประเภทของอารมณ์ความรู้สึกของกลุ่มเป้าหมายมีความสำคัญมากกับทั้งองค์กร หากเป็นประเด็นในแง่บวกก็อยากให้มีการกระจายไปในวงกว้างและยิ่งเป็นการกระจายจากผู้บริการที่ไม่ได้มาจากองค์กรเองยิ่งได้รับความน่าเชื่อถือในสายตาของกลุ่มเป้าหมายเพราะเป็นประสบการณ์โดยตรง และทำให้เกิดการกระจายมุมมองที่ดีในวงกว้างได้ง่ายโดยทำให้ไม่รู้สึกแปลกเมื่อต้องการแชร์-บอกต่อในโลกโซเชียล หรือหากประเด็นในแง่ลบต้องทำให้จบให้ไวที่สุดหรือหาข้อดีในเรื่องนั้นและทำให้กลับกลายเป็นเรื่องบวกได้เพื่อรักษาภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือขององค์กรเพราะหากเว้นไว้ไม่แก้ไขแน่นอนว่า “ยิ่งนาน ยิ่งพัง”

หากคุณกำลังมองหาผู้เชี่ยวชาญการวางแผนเรื่องการป้องกันและรองรับกับภาวะวิกฤต สามารถปรึกษาผู้เชี่ยวชาญพร้อม ARUKUS ผู้ช่วยให้คุณทำงานง่ายและครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์คุณได้ที่นี่

ข้อมูลอ้างอิง https://whatis.techtarget.com/

By | 2018-07-31T10:13:06+00:00 July 25th, 2018|Uncategorized|Comments Off on positive-negative sentiment นี่แหละจะทำให้เราจับใจกลุ่มเป้าหมาย

About the Author: